วัตถุมงคล
ในภาพแสดงให้เห็นพัฒนาการของพระกริ่งปทุมสุริยวงค์ ก่อนจะมาเป็นพระกริ่งปวเรศตามลำดับ จะเห็นว่าพระกริ่งปทุมสุริยวงค์ ๒ องค์จะมีขนาดที่สูงและใหญ่กว่าพระกริ่งปวเรศอย่างเห็นได้ชัด องค์ที่ ๑ พระพักตร์จะแคบยาวเรียวจนถึงพระเกศเม็ดพระศกตอกด้วยตุดตู่เม็ดจะเล็กและลึก กว่าพระกริ่งองค์ที่ ๒ พระโอษฐ์ยิ้มและกว้างกว่า ส่วนองค์ที่ ๒ แสดงการพัฒนาจากองค์ที่ ๑ มีพระพักตร์ที่ใหญ่และกว้างค่อนข้างกลม และก้มลงเล็กน้อยพระเศียรด้าหลังโหนกนูนออกมาเล็กน้อย เม็ดพระศกจะตอกตื้นและใหญ่กว่าองค์ที่ ๑ พระโอษฐ์จะแคบกว่าและยิ้มเล็กน้อยแต่พองาม ลักษณะโดยรวมจะค่อนข้างมาทางพระกริ่งปวเรศ จนมาถึงพระกริ่งปวเรศองค์ที่ ๓ ที่ปรับลดให็เล็กลงและยังตอกเม็ดพระศกด้วยตุ๊ดตู่เช่นเดิม พระกริ่งปวเรศจึงเป็นขนาดที่พอดีไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป โดยรวมจึงสวยและสมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง
ด้านหลังพระกริ่งปทุมสุริยวงค์องค์ที่หนึ่งจะเห็นโค๊ดพรือเม็ดงานูนสูงพ้นเนื้อขึ้นมา สำหรับพระกริ่งปทุมสุริยวงค์จะเห็นโค๊ดแบบนี้ทุกองค์ ยกเว้นองค์ที่สอง จะเริ่มทำโค๊ดเม็ดงาที่ยุบเข้าไปในเนื้อแต่ก็ไม่ลึกมากนักเป็นรูปเม็ดงาที่ปลายชี้ขึ้นแบบหล่อในตัว ส่วนพระกริ่งปวเรศองค์ที่สามน่าจะได้รับการพัฒนามาเรื่อยๆจากพระกริ่งปทุมสุริยวงค์องค์ที่สอง แต่โค๊ดไม่ได้เป็นแบบหล่อในตัว แต่มาตอกโค๊ดภายหลังๆตบแต่งเสร็จและได้ตอกลึกเข้าในเนื้อมากกว่าชัดเจนกว่าแม้ปลายเม็ดงาจะชี้ลง
พระกริ่งปทุมสุริยวงค์และพระกริ่งปวเรศยุคแรกๆ จัดเป็นพระกริ่งหายากมากๆ มีมหิทธานุภาพรอบด้านหรือครอบจักรวาล ผู้ที่ได้ครอบครองต่างๆมีประสพการณ์มาแล้ว ต่างหวงแหนและเก็บอย่าวเดียว จึงไม่ค่อยได้พบเห็นเหมือนพระทั่วๆไป แต่ก็ไม่แน่ถ้าท่านมีบุญบารมีมากพอก็อาจจะมีโอกาศได้ครอบครองก็อาจจะเป็นได้
ในภาพแสดงให้เห็นพัฒนาการของพระกริ่งปทุมสุริยวงค์ ก่อนจะมาเป็นพระกริ่งปวเรศตามลำดับ จะเห็นว่าพระกริ่งปทุมสุริยวงค์ ๒ องค์จะมีขนาดที่สูงและใหญ่กว่าพระกริ่งปวเรศอย่างเห็นได้ชัด องค์ที่ ๑ พระพักตร์จะแคบยาวเรียวจนถึงพระเกศเม็ดพระศกตอกด้วยตุดตู่เม็ดจะเล็กและลึก กว่าพระกริ่งองค์ที่ ๒ พระโอษฐ์ยิ้มและกว้างกว่า ส่วนองค์ที่ ๒ แสดงการพัฒนาจากองค์ที่ ๑ มีพระพักตร์ที่ใหญ่และกว้างค่อนข้างกลม และก้มลงเล็กน้อยพระเศียรด้าหลังโหนกนูนออกมาเล็กน้อย เม็ดพระศกจะตอกตื้นและใหญ่กว่าองค์ที่ ๑ พระโอษฐ์จะแคบกว่าและยิ้มเล็กน้อยแต่พองาม ลักษณะโดยรวมจะค่อนข้างมาทางพระกริ่งปวเรศ จนมาถึงพระกริ่งปวเรศองค์ที่ ๓ ที่ปรับลดให็เล็กลงและยังตอกเม็ดพระศกด้วยตุ๊ดตู่เช่นเดิม พระกริ่งปวเรศจึงเป็นขนาดที่พอดีไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป โดยรวมจึงสวยและสมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง
ตอบลบด้านหลังพระกริ่งปทุมสุริยวงค์องค์ที่หนึ่งจะเห็นโค๊ดพรือเม็ดงานูนสูงพ้นเนื้อขึ้นมา สำหรับพระกริ่งปทุมสุริยวงค์จะเห็นโค๊ดแบบนี้ทุกองค์ ยกเว้นองค์ที่สอง จะเริ่มทำโค๊ดเม็ดงาที่ยุบเข้าไปในเนื้อแต่ก็ไม่ลึกมากนักเป็นรูปเม็ดงาที่ปลายชี้ขึ้นแบบหล่อในตัว ส่วนพระกริ่งปวเรศองค์ที่สามน่าจะได้รับการพัฒนามาเรื่อยๆจากพระกริ่งปทุมสุริยวงค์องค์ที่สอง แต่โค๊ดไม่ได้เป็นแบบหล่อในตัว แต่มาตอกโค๊ดภายหลังๆตบแต่งเสร็จและได้ตอกลึกเข้าในเนื้อมากกว่าชัดเจนกว่าแม้ปลายเม็ดงาจะชี้ลง
ตอบลบพระกริ่งปทุมสุริยวงค์และพระกริ่งปวเรศยุคแรกๆ จัดเป็นพระกริ่งหายากมากๆ มีมหิทธานุภาพรอบด้านหรือครอบจักรวาล ผู้ที่ได้ครอบครองต่างๆมีประสพการณ์มาแล้ว ต่างหวงแหนและเก็บอย่าวเดียว จึงไม่ค่อยได้พบเห็นเหมือนพระทั่วๆไป แต่ก็ไม่แน่ถ้าท่านมีบุญบารมีมากพอก็อาจจะมีโอกาศได้ครอบครองก็อาจจะเป็นได้
ตอบลบ